โบสถ์และวิหารแตกต่างกันอย่างไร

  สำหรับคนไทยที่นับถือพระพุทธศาสนาหรือถูกเรียกว่าพุทธศาสนิกชนทุกคนเป็นเรื่องปกติที่เราจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดที่หลายๆ ครอบครัวมักให้พระเป็นคนดูดวงชะตา ตั้งชื่อให้ การทำบุญวันเกิดที่ทุกปีคนส่วนใหญ่หากไม่ใส่บาตรก็มักจะชอบไปทำบุญที่วัด ชายไทยทุกคนเมื่ออายุเกิน 20 ปีบริบูรณ์ก็ต้องเข้าพิธีอุปสมบทเพื่อเรียนรู้ในพระพุทธศาสนา หรือแม้แต่ตอนเสียชีวิตก็ต้องมีการจัดพิธีกรรมต่างๆ ที่วัดอีกเช่นเดียวกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วัดคือสถานที่สำหรับชาวพุทธอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงวัดน่าจะมีใครหลายคนเกิดความสงสัยอยู่ไม่มากก็น้อยถึงสถานที่ต่างๆ ภายในวัดที่แม้จะเป็นชื่อเรียกที่ถูกเรียกกันมาอย่างยาวนานแต่มีใครพอจะแยกออกหรือไม่ว่า ระหว่างโบสถ์กับวิหาร มีความแตกต่างกันอย่างไร เมื่ออ่านมาจนถึงบรรทัดนี้เชื่อว่าผู้ที่อ่านอยู่ก็น่าจะมีการหยุดและคิดสักนิดว่ามันมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง จริงแล้วศัพท์ทั้ง 2 คำนี้มันมีความหมายที่แตกต่างกันทั้งในด้านของสถาปัตยกรรมและการใช้งานด้วย

แม้ภายนอกสถาปัตยกรรมตลอดจนเรื่องของเครื่องประดับต่างๆ ที่ถูกตกแต่งเอาไว้ระหว่างพระอุโบสถหรือโบสถ์ที่เราเรียกกันติดปากกับพระวิหาร แทบจะไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกันมากมายเลย ในความเป็นจริงสิ่งก่อสร้างทั้งสองแบบนี้ต่างก็ใช้หลักเกณฑ์ระบบแบบแผนเดียวกันแทบจะทุกประการ รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแตกต่างกันอาจจะเป็นที่โบสถ์จะมีใบเสมา อยู่ในบริเวณนั้นซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงเอาไว้อย่างชัดเจนว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ของสงฆ์ เป็นสถานที่ที่สงฆ์จะเอาไว้ใช้สำหรับการประกอบพิธีกรรมต่างๆ หรือพูดง่ายๆ ก็คือเป็นสถานที่ที่เอาไว้ประกอบพิธีกรรมระหว่างสงฆ์กับสงฆ์นั่นเอง ส่วนวิหาร จะไม่มีใบเสมาอยู่ที่บริเวณดังกล่าวก็หมายความว่าสถานที่แห่งนี้คือการเอาไว้ปฏิบัติกิจระหว่างสงฆ์กับฆราวาส ภาพที่เราเห็นได้ชัดเจที่สุดเช่น โบสถ์ จะเอาไว้สำหรับการอุปสมบท, การทำวัตรเช้า, ทำวัตรเย็น เป็นต้น ส่วนวิหารจะมีไว้สำหรับการสดพระอภิธรรมศพ, การทำสังฆทาน เป็นต้น

นี่คือสิ่งที่สามารถสรุปความแตกต่างระหว่างโบสถ์กับวิหารได้อย่างลงตัวสุดๆ สิ่งที่เราเข้าใจคือนอกจากเรื่องของรูปแบบแล้วก็ยังมีเรื่องของการประกอบพิธีกรรมที่แตกต่างกันด้วย นี่จึงเป็นสิงที่สามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนเพื่อที่ว่าหากใครยังสงสัยอยู่จะได้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าระหว่างโบสถ์กับวิหารมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ถึงกระนั้นสำหรับชาวพุทธทุกคนการเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาถือเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ศาสนสถานศูนย์รวมจิตใจของผู้ที่ศรัทธาในศาสนา

topic

  ศาสนาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มาอย่างยาวนานย้อนไปเมื่อหลายพันปีก่อนในยุคที่มนุษย์นั้นยังไม่มีศาสนาจึงขาดความยั้งคิด ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่รู้ว่าสิ่งไหนดีสิ่งไหนไม่ดี จึงเป็นสาเหตุให้เกิดความเสื่อมโทรมขึ้นในสังคมมนุษย์  ศาสนาจึงได้เกิดขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ได้ตระหนักถึงดารทำความชั่วที่ได้ทำ และเปรียบเสมือนเป็นกฎเกณฑ์ในการใช้ชีวิต โดยอาศัยหลักการทำความดีละเว้นความชั่ว

ในยุคแรกนั้นมีศาสนาเกิดขึ้นบนโลกมากมายกระจายไปทั่วมุมโลก ต่างศาสนา ก็ต่างมีความเชื่อเป็นของตัวเอง และในแต่ละศาสนาก็มีศาสดาเป็นของงตัวเอง เพื่อเผยแพร่คำสอนต่างๆ ตราบมาจนถึงปัจจุบันก็มีอยู่ 3 ศาสนาที่ได้รับความเคารพ และนับถือผ่านกาลเวลาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

พุทธ

-ศาสนาพุธ ถือว่าเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกมีประวัติศาสตร์ยาวยานมาหลายพันปี ในปัจจุบันศูนย์รวมจิตใจของชาวพุธนั้นเป็นที่รู่จักกันดีที่เรียกว่า “วัด” ซึ่งเป็นศาสนสถานที่ใช้ในการเผยแพร่ศาสนา และใช้ปะกอบกิจกรรมทางศาสนา และยังเป็นที่บวชเรียนสำหรับผู้ที่ศรัทธาในพระพถทธศาสนา

cropped-3.png

-โบสถ์ สถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาของชาวคริสต์ เป็นเหมือนสถานที่ประทับขององค์ศาสดา “พระเยซู” ศาสนาคริสต์นั้นเป็นศาสนาที่มีนิกายแบ่งออกมากมาย แต่ที่เหมือนกันก็คือมีศาสดาองค์เดียวกัน และมีหลักคำสอนหลักนั้นคือพระคำภีร์ไบเบิลที่เปรียบเสมือนสารจากพระเจ้า

4-มัสยิด สถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาของคนที่นับถือศาสนาอิสราม ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งศาสนาที่มีผู้นับถือทั่วโลก เราจึงเห็นมัสยิดนั้นอยู่กระจายไปทั่วโลก กิจกรรมทางศาสนาที่สำคัญได้แก่การสว “ละหมาด” ซึ่งเป็นการกล่าวคำสรรเสริญต่อพระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นศาสดาประจำศาสนาอิสราม “อัลลอฮ์”และยังใช้เป็นสถานที่ประกอบงานมงคลสมรส

วิหารสถานที่ประดิษฐานพระพุธรูปประจำวัด

55

วัดศูนย์รวมจิตใจของผู้ที่ศรัทธาและมีความเลื่อมใสต่อพระพุธศาสนา ในประเทศไทยนั้นการเข้าวัดถือว่าเป็นอีกวัฒนะธรรมหนึ่ง ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ และประเทศของเรานั้นยังถือว่าเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับพุธศาสนาเป็นอันดับต้นๆ ชองโลก ดังนั้นเราจึงเห็นวัดวาอารามได้ทั่วประเทศกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศของเรา

เมื่อท่านได้เข้าวัดทำบุญหลายท่านคงสังเกตว่าจะมีพระพุธรูปหรือพระประทานตั้งอยู่ในสถานที่หนึ่งซึ่งเรียกกันว่า “วิหาร” หรือเรียกได้หลายแบบ อาทิ อาราม อาวาส และอีกหลากหลายชื่อซึ่งบางท่านอาจจะสงสัยว่าวิหารนั้นมีกี่รูปแบบ และแตกต่างจากโบสถ์อย่างไร  ซึ่งเราก็สามารถแยกย่อยวิหารได้อีก 4 รูปแบบดังนี้

-วิหารหลวง  เป็นวิหารที่ด้านท้ายของวิหารนั้นจะเชื่อมต่อกับพระสถูปเจดีย์หรือพระปรางค์นั่นเอง

-วิหารทิศ คือตัวของวิหารที่ได้รับการออกแบบ ให้อยู่ทั้ง 4 ด้านของพระสถูปเจดีย์ อาจจะอยู่ตรงมุม หรือด้านข้างก็ได้

-วิหารคด ลักษณะของวิหารรูปแบบนี้จะตั้งอยู่บริเวณมุมกำแพงแก้วของโบสถ์ วิหารรูปแบบนี้ถือว่าได้รับความนิยมที่สุด และมีการประดิษฐานพระพุธรูปไว้ภายในวิหาร

-วิหารยอด เป็นวิหารที่มีรูปแบบแปลกตาที่สุด เพราะจะมียอดเป็นรูปทรงต่างๆ พบได้มากตามวัดใหญ่ๆ

วิหารนั้นถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญของวัดเพราะใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุธรูป ของพระพุธเจ้าศาสดาของศาสนาพุธซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุธทั้งหลายเพื่อเข้ามากราบไหว้ขอพร  และร่วมประกอบกิจกรรมทางศาสนากับทางวัด และในเทศกาลทางศาสนาที่สำคัญ เช่นเทศกาลเข้าพรรษา วิหารก็ใช้เป็นสถานที่ไว้ประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ด้วยเช่นกัน