เทวสถาน ศูนย์กลางความศรัทธาของศาสนาฮินดู

111บนโลกนี้มีศาสนาอยู่มากมายที่คอยขัดเกลาจิตใจของมนุษย์ให้อยู่ในกรอบของความดี ไม่ประพฤตชั่ว อย่างในประเทศไทยนั้นศาสนาพุธรถือว่าเป็นศาสนาประจำชาติ เช่นกันที่ศาสนาฮินดูนั้นก็เป็นศาสนาประจำชาติของประเทศอินเดียที่เป็นต้นกำเนิดของศาสนาพุธร ประชากรกว่า 90 % ของประเทศอินเดียนั้นนับถือศาสนาฮินดู และอย่างที่รู้กันว่าคนอินเดียนั้นมีความเชื่อทางศาสนาที่ฝังรากลึกมาหลายพันปี ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่จะมีศาสนสถานอย่างเทวสถานตั้งขึ้นทั่วประเทศอินเดีย

“เทวสถาน” หรือที่หลายท่านรู้จักในชื่อ “เทวาลัย” หรือเรียกแบบภาษาอย่างเป็นทางการว่า “โบสถ์พราหมณ์” ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่งดงาม และยิ่งใหญ่ ในประเทศไทย เทวสถานของศาสนาฮินดูแห่งแรกนั้น ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2327 ทรงก่อตั้งขึ้นด้วยพระประสงค์ของรัชกาลที่ 1 เทวลัยนั้นเป็นที่ประดิษฐานของ เทวรูป “พระพรหม” ซึ่งในศาสนาฮินดูนับถือว่าเป็นพระผู้สร้าง ศาสนาฮินดูนั้นเป็นศาสนาที่แตกต่างจากศาสนาอื่นเพราะว่ามีการนับถือเทพเจ้าหลายองค์ ซึ่งแบ่งออกเป็นร่างอวตารของ “พระตรีนูรติ” ทั้ง 3 พระองค์ ได้แก่

-องค์พระพรหม ซึ่งคนในศาสนานับถือว่าเป็นพระผู้สร้าง

-องค์พระศิวะ เป็นพระเจ้าผู้ทำลาย เพื่อการเกิดใหม่

-องค์พระวิษณุ ทรงเป็นพระเจ้าที่ปกป้อง และดูแลโลกตามความเชื่อของศาสนา

ศาสนาฮินดูนั้นมีคำสอนที่แตกต่างจากศาสนาอื่นเพราะมุ่งเน้นไปที่การสร้างปัญญา และจิตวิญญาณเป็นศาสนาที่เชื่อว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ล้วนมีวิญญาณสิงสถิตอยู่   เน้นให้มองเห็น ”สัจธรรม” ของการใช้ชีวิต สิ่งที่ศาสนาฮินดูนั้นเหมือนกับศาสนาอื่นก็คือ การมุ่งเน้นทำความดี ละเว้นความชั่ว การรู้จักแบ่งปัน และช่วยเหลือผู้อื่น  จุดสูงสุดของศาสนานี้ก็คือการแสวงหาการหลุดพ้น จาก การเวียนว่าย ตายเกิด และละเว้นในเรื่องเพศ

ศาสนสถานศูนย์รวมจิตใจของผู้ที่ศรัทธาในศาสนา

topic

  ศาสนาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มาอย่างยาวนานย้อนไปเมื่อหลายพันปีก่อนในยุคที่มนุษย์นั้นยังไม่มีศาสนาจึงขาดความยั้งคิด ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่รู้ว่าสิ่งไหนดีสิ่งไหนไม่ดี จึงเป็นสาเหตุให้เกิดความเสื่อมโทรมขึ้นในสังคมมนุษย์  ศาสนาจึงได้เกิดขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ได้ตระหนักถึงดารทำความชั่วที่ได้ทำ และเปรียบเสมือนเป็นกฎเกณฑ์ในการใช้ชีวิต โดยอาศัยหลักการทำความดีละเว้นความชั่ว

ในยุคแรกนั้นมีศาสนาเกิดขึ้นบนโลกมากมายกระจายไปทั่วมุมโลก ต่างศาสนา ก็ต่างมีความเชื่อเป็นของตัวเอง และในแต่ละศาสนาก็มีศาสดาเป็นของงตัวเอง เพื่อเผยแพร่คำสอนต่างๆ ตราบมาจนถึงปัจจุบันก็มีอยู่ 3 ศาสนาที่ได้รับความเคารพ และนับถือผ่านกาลเวลาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

พุทธ

-ศาสนาพุธ ถือว่าเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกมีประวัติศาสตร์ยาวยานมาหลายพันปี ในปัจจุบันศูนย์รวมจิตใจของชาวพุธนั้นเป็นที่รู่จักกันดีที่เรียกว่า “วัด” ซึ่งเป็นศาสนสถานที่ใช้ในการเผยแพร่ศาสนา และใช้ปะกอบกิจกรรมทางศาสนา และยังเป็นที่บวชเรียนสำหรับผู้ที่ศรัทธาในพระพถทธศาสนา

cropped-3.png

-โบสถ์ สถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาของชาวคริสต์ เป็นเหมือนสถานที่ประทับขององค์ศาสดา “พระเยซู” ศาสนาคริสต์นั้นเป็นศาสนาที่มีนิกายแบ่งออกมากมาย แต่ที่เหมือนกันก็คือมีศาสดาองค์เดียวกัน และมีหลักคำสอนหลักนั้นคือพระคำภีร์ไบเบิลที่เปรียบเสมือนสารจากพระเจ้า

4-มัสยิด สถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาของคนที่นับถือศาสนาอิสราม ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งศาสนาที่มีผู้นับถือทั่วโลก เราจึงเห็นมัสยิดนั้นอยู่กระจายไปทั่วโลก กิจกรรมทางศาสนาที่สำคัญได้แก่การสว “ละหมาด” ซึ่งเป็นการกล่าวคำสรรเสริญต่อพระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นศาสดาประจำศาสนาอิสราม “อัลลอฮ์”และยังใช้เป็นสถานที่ประกอบงานมงคลสมรส

โบสถ์ สถานที่นมัสการพระเจ้าศูนย์รวมใจของชาวคริสต์

44

ศาสนาคริสต์ศาสนาที่อิงความเชื่อจากพระเจ้าที่มี ”พระเยซู” เป็นศาสดาเนอีกศาสนาที่เก่าแก่ของโลกได้รับการเผยแพร่ไปในทุกทวีปทั่วโลก นั่นเองจึงทำให้มีผู้นับถือศาสนาคริสต์อยู่เป็นจำนวนมากเกือบค่อนโลก วันนี้เรามารู้จักกับศาสนาคริสต์กันว่าเป็นอย่างไร และมีการแบ่งออกเป็นกี่นิกาย พร้อมกับมีหลักคำสอนเป็นอย่างไร ซึ่งท่านจะได้เรียนรู้ไปพร้อมกันในบทความนี้

ศาสนาคริสต์ (Christianity) เราเรียกคนที่นับถือศาสนานี้ว่าคริสต์ชน จากการคาดการมีคนนับถือศาสนาคริสต์มากกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก และเป็นศาสนาที่มีศาสดาองค์เดียวกับศาสนายูดาย และเป็นอีกศาสนาที่มีการแบ่งแยกนิกายออกเป็น 3 นิกาย

-นิกายแรกที่จะกล่าวถึงก็คือ “นิกายคาทอลิก” ซึ่งเป็นนิกายที่ยิ่งใหญ่ และมีศูนย์กลางอยู่ที่นครวาติกัน ในกรุงโรม มีพระสันตะปาปาทรงเป็นประมุข วาติกันเป็นรัฐที่มีกฎหมายเป็นของตัวเอง คำสอนของนิกายนี้มุ่งเน้นไปที่การเคารพต่อตัวเอง และเชื่อในพระเจ้า

-นิกายที่จะกล่าวในลำดับที่ 2 ก็คือ “นิกายโปรเตสแตนต์” เป็นนิกายที่แตกออกมาจาก ”นิกายคาทอลิก” ดังเช่นความหมายของนิกายที่มีความหมายว่า “การประท้วง” นิกายนี้แยกตัวออกจากคาทอลิกใน ศตวรรษที่ 14 โปรเตสแตนต์ เป็นนิกายที่มุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงพระเจ้า และมีการรับศีลเพียง 2 ข้อก็คือ ศีลล้างบาป และศีลมหาสนิท และมุ่งเน้นไปที่การศึกษาพระคัมภีร์

-มาถึงลำดับสุดท้ายกับ “นิกายเชิร์ช ออฟ อิงแลนด์ “ เป็นนิกายที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ เป็นนิกายที่ไม่ขึ้นต่อวาติกัน นับว่าเป็นนิกายที่เล็กที่สุด และมีการแตกแขนงออกไปอีกลหายนิกายย่อย คำสอนของนิกายมุ่งเน้นไปการเรียนรู้ชีวิตจากพระเจ้า

วิหารสถานที่ประดิษฐานพระพุธรูปประจำวัด

55

วัดศูนย์รวมจิตใจของผู้ที่ศรัทธาและมีความเลื่อมใสต่อพระพุธศาสนา ในประเทศไทยนั้นการเข้าวัดถือว่าเป็นอีกวัฒนะธรรมหนึ่ง ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ และประเทศของเรานั้นยังถือว่าเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับพุธศาสนาเป็นอันดับต้นๆ ชองโลก ดังนั้นเราจึงเห็นวัดวาอารามได้ทั่วประเทศกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศของเรา

เมื่อท่านได้เข้าวัดทำบุญหลายท่านคงสังเกตว่าจะมีพระพุธรูปหรือพระประทานตั้งอยู่ในสถานที่หนึ่งซึ่งเรียกกันว่า “วิหาร” หรือเรียกได้หลายแบบ อาทิ อาราม อาวาส และอีกหลากหลายชื่อซึ่งบางท่านอาจจะสงสัยว่าวิหารนั้นมีกี่รูปแบบ และแตกต่างจากโบสถ์อย่างไร  ซึ่งเราก็สามารถแยกย่อยวิหารได้อีก 4 รูปแบบดังนี้

-วิหารหลวง  เป็นวิหารที่ด้านท้ายของวิหารนั้นจะเชื่อมต่อกับพระสถูปเจดีย์หรือพระปรางค์นั่นเอง

-วิหารทิศ คือตัวของวิหารที่ได้รับการออกแบบ ให้อยู่ทั้ง 4 ด้านของพระสถูปเจดีย์ อาจจะอยู่ตรงมุม หรือด้านข้างก็ได้

-วิหารคด ลักษณะของวิหารรูปแบบนี้จะตั้งอยู่บริเวณมุมกำแพงแก้วของโบสถ์ วิหารรูปแบบนี้ถือว่าได้รับความนิยมที่สุด และมีการประดิษฐานพระพุธรูปไว้ภายในวิหาร

-วิหารยอด เป็นวิหารที่มีรูปแบบแปลกตาที่สุด เพราะจะมียอดเป็นรูปทรงต่างๆ พบได้มากตามวัดใหญ่ๆ

วิหารนั้นถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญของวัดเพราะใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุธรูป ของพระพุธเจ้าศาสดาของศาสนาพุธซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุธทั้งหลายเพื่อเข้ามากราบไหว้ขอพร  และร่วมประกอบกิจกรรมทางศาสนากับทางวัด และในเทศกาลทางศาสนาที่สำคัญ เช่นเทศกาลเข้าพรรษา วิหารก็ใช้เป็นสถานที่ไว้ประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์ด้วยเช่นกัน

โบสถ์สถานที่ประกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์

66

ศาสนาพุธคือศาสนาประจำชาติไทยที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานกำเนิดมาแล้วหลายพันปี กล่าวได้ว่าเป็นศาสนาที่แพร่หลาย และมีคนนับถือมากที่สุดในโลก ในประเทศไทยนั้นประชากรเกือบ 90 % ของประเทศทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความรัก และศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่หยั่งลากฝักลึกอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน เปรียบเสมือนได้ว่าเป็นศาสนาประจำชาติ

ในต่างประเทศในปัจจุบันพุธศาสนาก็ถือว่าเฟื่อฟูกว่าในอดีตมากมีการสร้างวัดวาอารามมากมายตามเมืองใหญ่ในต่าวงประเทศ อาทิ ประเทศ สหรัฐอเมริกา , อังกฤษ , เยอรมัน หรือแม้แต่ประเทศทางฝั่งแอฟริกาใต้ก็มีวัดของไทยไปเปิดเพื่อให้พุธศาสตร์นิกชน ได้เข้าไปประกอบกิจกรรมทางศาสนาเช่นกัน หากกล่าวถึงความเฟื่องฟูของพุธศาสนาในต่างประเทศแล้วปัจจุบันมีชาวต่างชาติมากมายที่เข้าสู่เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เป็นจำนวนมาก สังเกตได้จากบางวัดก็จะมีชาวต่างชาติ บวชเพื่อศึกษาพุธศาสนาเป็นจำนวนมาก

ท่านเคยสังเกตไหมเวลาท่านเข้าไปที่วัดนั้นมักจะเห็นพระสงฆ์เวลาที่จะประกอบกิจกรรมทางศาสนานั้นจะต้องไปรวมกันในสถานที่หนึ่งซึ่งที่หลายท่านรู้จักกันดี นั่นก็คือ”โบสถ์” นั่นเอง ซึ่งเวลาระกอบสังฆกรรมของพระสงฆ์นั้นจะต้องอาศัยใช้พื้นที่โล่งโดยกำหนดตำแหน่ง “สึมา” เป็นขอบเขตของการประกอบกิจกรรมทางศาสนา ในปัจจุบันโบสถ์หรืออุโบสถ์ที่มีพระมากขึ้น และบางวัดมีผู้ศรัทธาไปทำบุญบ่อย โบสถ์ในปัจจุบันจึงนิยมสร้างในรูปแบบอาคาร และมีการตกแต่งเพื่อความสวยงามมากขึ้น

โบสถ์นั้นนอกจากใช้ทำกิจกรรมทางศาสนาแล้วยังใช้ในการรักษาศีล 8 ของอุบาสก และอุบาสิกาในวันขึ้น แรม 8 ค่ำ 15 ค่ำ หรือที่เราทั้งหลายรู้จักกันว่า “รักษาอุโบสก” หรือจะเรียกว่า “รักษาอุโบสกศีล” ก็ได้เช่นกัน