พระอุโบสถ แตกต่างกับวิหารอย่างไร

ประเทศไทยของเราได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ เพราะหากจะดูตามประชากรในประเทศของเราเกือบทั้งหมดนับถือศาสนาพุทธ มากกว่า 95% ในสายตาของคนทั่วโลกก็มองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะไปที่ไหน ส่วนใดของประเทศไทยก็จะพบกับวัดวาอารามอยู่ทั่วไปหมด วัดแต่ละภูมิภาคก็มีทั้งที่เหมือนและแตกต่างกันในด้านของสถาปัตยกรรมและการตกแต่ง แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ๋อาจจะยังไม่รู้ความแตกต่างที่ชัดเจน แม้ว่าจะเข้าออกวัดกันมาตั้งแต่จำความได้ก็คือ ความแตกต่างระหว่าง พระอุโบสถ หรือโบสถ์ กับวิหาร หรือบางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าจะโบสถ์หรือวิหารก็เป็นคำที่ใช้เรียกสถานที่แห่งเดียวกัน แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด

 

พระอุโบสถ กับ วิหารมีความแตกต่างกัน เริ่มจากการสังเกตว่าไหนคือพระอุโบสถและไหนคือ พระวิหาร เราจะสังเกตได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นพระวิหารก็ต่อเมื่อได้เห็นพระเสมาที่ตกแต่งอยู่เหนือตัวอาคาร เฉพาะวิหารเท่านั้นจึงจะมีเสมา แต่พระอุโบสถจะไม่มีเสมา และเป็นไปได้ว่าวัดบางวัดอาจจะมีเฉพาะพระอุโบสถหรือมีเฉพาะวิหารอย่างเดียว ไม่จำเป็นที่จะต้องมีทั้งสองอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ดีทั้งพระอุโบสถและวิหารมีความสำคัญในการใช้งานที่ทั้งเหมือนและแตกต่างกัน ในทางเปรียบเทียบแล้ว วิหารจะดูศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่กว่าพระอุโบสถ

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวิหารและพระอุโบสถอย่างชัดเจนก็คือ

1.ถ้าเป็นวัดในสมัยโบราณจะนิยมสร้างวิหารให้ใหญ่กว่าพระอุโบสถคำว่าวิหาร มีรากศัพท์และความหมายถึงที่อยู๋อาศัย ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า วิหารจึงเปรียบได้กับพระราชวังที่แตกต่างกับพระอุโบสถ

  1. 2. การใช้งานของวิหารและพระอุโบสถก็แตกต่างกันวิหารในอดีตจะเป็นที่ใช้งานของทั้งพระสงฆ์และฆารวาส ที่จะมาประชุมและทำศาสนกิจร่วมกัน แต่โบสถ์ในสมัยโบราณนั้นเป็นสถานที่ที่พระสงฆ์ใช้เท่านั้น อาจจะใช้ในการสวดการทำวัดเป็นต้น ซึ่งคนทั่วไปไม่ได้เข้ามาข้องเกี่ยวและใช้ร่วมจึงไม่จำเนต้องมีขนาดใหญ๋ดังเช่นวิหาร
  1. 3. วิหารเป็นสถานที่สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปเพราะวิหารคือสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า จึงเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปต่าง ๆ เพื่อให้คนที่มาได้เข้ามาสักการะด้วย ในขณะที่โบสถ์ไม่จำเป็นต้องมีพระพุทธรูปอยู่

ในปัจจุบันวัดบางแห่งอาจจะมีเฉพาะพระอุโบสถหรือวิหาร ชาวบ้านและคนทั่วไปอาจจะใช้พระอุโบสถหรือวิหารในการทำศาสนกิจและสิ่งต่าง ๆ รวม ๆ กันไม่ได้แยกแยะก็มี อาจจะเป็นเพราะสถานที่และงบประมาณรวมถึงการปฎิบัติที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยนั่นเอง